เทคนิคการผลิตชาผู่เอ๋อร์

 

เทคนิคในการหมักชา

วิธีการหมักชาสุกของโรงงานชาเหมิงไห่ ประสบความสำเร็จในปีค.ศ. 1973 หลังผ่านการพัฒนาและปรับปรุงให้สมบูรณ์ตลอดระยะเวลากว่าหลายสิบปี ทำให้เทคนิคการหมักของโรงงานชาเหมิงไห่มีความก้าวหน้ามากขึ้น

ในปี ค.ศ. 2005 โรงงานชาเหมิงไห่ ลงทุนกว่าหนึ่งแสนหยวน เพื่อสร้างอาคารหลังใหม่ไว้ดำเนินกรรมวิธีการหมักโดยเฉพาะ ซึ่งอาคารหมักชาหลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาพื้นฐานที่มีอยู่เดิม และเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ในการหมักด้วย 

อาคารหมักชาเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ควบคุมที่ทันสมัย สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมในการหมักและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสสารในระหว่างขั้นตอนการหมักได้อีกด้วย ทำให้โรงงานชาเหมิ่งไห่มีทั้งศิลปะเทคนิคการหมักฮาร์ดแวร์ และซอฟแวร์ชั้นเลิศด้วย

และจากประสบการณ์อันช่ำชองของปรมาจารย์เก่าแก่ด้านการหมัก บวกกับผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชีวภาพ จุลินทรีย์และอาหาร ทำให้เทคนิคการหมักชาผู่เอ๋อร์ มีคุณภาพสูง สามารถรักษาคุณภาพจากการหมักออกมาในระดับตามสภาพของชาเติบโตที่แตกต่าง และรสชาติของชาที่แตกต่างกันไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

จากการค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทเครือต้าอี้ คิดค้นเทคนิคในการหมักรุ่นที่สาม(เทคนิค HEMA) ขึ้นในปี ค.ศ. 2011ถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์ของการหมักที่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว

เทคนิคการหมักชาผู่เอ๋อร์รุ่นแรกใช้กระบวนการหมักตามธรรมชาติของใบชา            ส่วนเทคนิคการหมักรุ่นสอง จะใช้เทคนิคการหมักบ่มเพาะด้วยฝีมือแรงงานคน และเทคนิคการหมัก รุ่นสามนำเทคนิคการหมักพื้นฐานของรุ่นหนึ่งและสองมาผสมผสานกัน โดยยังคงรักษา “รสเหมิงไห่”แบบดั้งเดิมไว้และมุ่งเน้นความสมบูรณ์แข็งแรง โดยใช้พารามิเตอร์ (parameter) ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อรักษาสภาพจุลินทรีย์ในการหมัก ถือเป็นกรรมวิธีที่ใช้เทคนิคการหมักทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ เรียกว่า “เทคนิค HEMA”มีรายละเอียดดังนี้

-การแนะแนวด้านสุขภาพความแข็งแรง (Health-orientation)

ด้วยเทคนิคการหมักชาผู่เอ๋อร์ต้าอี้รุ่นสาม เกิดเป็นชาสุกผู่เอ๋อร์ อันมีสรรพคุณในการ “ลดไขมันความอ้วน, เคลือบกระเพาะ เสริมความงาม”

-สภาพแวดล้อมทางชีวภาพ (Environment)

สภาพภูมิอากาศ ความชื้น อุณหภูมิและแสงสว่างของโรงงานเหมิงไห่ที่มีระบบนิเวศที่ดี เหมาะแก่การเพาะขยายพันธุ์ของจุลินทรีย์

การนำเทคนิคการหมักรุ่นสองของโรงงานชาเหมิงไห่มาใช้จนประสบผลสำเร็จ ช่วยเพิ่มกลุ่มแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อการหมัก จนได้รูปแบบการหมักพิเศษของสภาพแวดล้อมขนาดเล็ก นอกจากนี้สภาพอากาศที่แตกต่างรวมกับแร่ธาตุจำนวนมาก ทำให้ได้น้ำที่มีความเป็นกรดอย่างสมบูรณ์ ถือเป็นสภาพแวดล้อมทางชีวภาพของการหมักชาผู่เอ๋อร์ต้าอี้ อันเป็นพื้นฐานของ“รสเหมิงไห่”

 

 

-เทคนิคทางชีวภาพ (Microtechnology)

การสั่งสมของกลุ่มเชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในขั้นตอนของการหมักชาผู่เอ๋อร์ ทำให้เกิดสารการย่อยสลายและเอนไซม์พอลิฟีนอลออกซิเดส(polyphenol oxidase), เอนไซม์เพคติเนส (pectinase), เอนไซม์กลูโคอะไมเลส (Glucoamylase) และเอนไซม์โปรตีเอส (Protease)จำนวนมาก ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเอนไซม์ที่มีความหลากหลายจากภายนอก

การศึกษาค้นคว้าวิจัยหลักการหมัก, กฎการเปลี่ยนแปลงของเอนไซม์ชนิดต่างๆและกลุ่มเชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์ รวมถึงกลไกขั้นพื้นฐาน โดยนำวิธีการแยก การฟอก การเปลี่ยนแปลง และการสังเคราะห์เอนไซม์มาใช้ร่วมกับเทคนิควิศวกรรมที่ทันสมัยโดยใช้เงื่อนไขของระบบนิเวศในการหมักเพื่อประเมินค่าพารามิเตอร์ของเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการหมักตามหลักวิทยาศาสตร์ 

-เทคนิคการเพิ่มอายุ (Aging)

ขั้นตอนวิจัยกระบวนการการเพิ่มอายุต้องใช้อุณหภูมิ ความชื้น และเอนไซม์ในระดับที่ดีที่สุดเป็นตัวเร่งการเพิ่มอายุผ่านขั้นตอนการเก็บวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป  เพื่อให้ได้ลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยนำเทคนิคการเพิ่มอายุมาใช้ เกิดเป็น “รสเหมิงไห่” แบบดั้งเดิมที่สืบทอดต่อเนื่องกันมา

Powered by MakeWebEasy.com